ช่องทางด่วนติดต่อเรา

   รับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
 ติดต่อไลน์ไอดี (@wslnw)

เพิ่มเพื่อน

ถั่วดาวอินคา มีโอเมก้า 3 6 9 จริงหรือ..??



.


รับข่าวสารและโปรโมชั่นจากเรา
ดาวอินคา ถั่วรักษ์หัวใจ ต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด
โดย : admin | เมื่อ : 2016-05-04 20:42 | เข้าชม : 425
ดาวอินคา ถั่วรักษ์หัวใจ ต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด

ดาวอินคา ถั่วรักษ์หัวใจ ต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด | เดลินิวส์

ดาวอินคา ถั่วรักษ์หัวใจ ต้านการอักเสบ ลดคอเลสเตอรอลในเลือด ถั่วดาวอินคายังเป็นแหล่งของวิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทั้งในร่างกายมนุษย์และการเกิดกลิ่นหืนในอาหาร

ถั่วดาวอินคา ( Sacha inchi ) มีถิ่นกำเนิดในป่าอเมซอนของชาวเปรูในทวีปอเมริกาใต้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่นทั้งในป่าที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 100 เมตร จนถึงป่าที่มีระดับความสูงมากกว่า 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล รู้จักกันในหลากหลายชื่ออาทิ Inca peanut, Wild peanut, Sacha peanut หรือ Mountain peanut หลังจากการเพาะปลูกต้นดาวอินคาประมาณ 5 เดือน ต้นดาวอินคาจะเริ่มออกดอก ดอกมีลักษณะเป็น กลุ่มขนาดเล็ก มีสีขาว ผลเป็นรูปดาว 4-8 แฉก ในแต่ละแฉกจะมีหนึ่งเมล็ด ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล ผลสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี เมื่อกะเทาะเปลือกสีน้ำตาลเข้มออก สามารถนำเมล็ดสีขาวที่อยู่ด้านในมาแปรรูปเพื่อรับประทานได้ ถั่วดาวอินคามีไขมันและโปรตีนสูง มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวโดยเฉพาะโอเมก้า 3 สูงเป็นกรดไขมันจำเป็นซึ่งต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ โดยกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง และโรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ “ถั่วดาวอินคายังเป็นแหล่งของวิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญในการป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ทั้งในร่างกายมนุษย์และการเกิดกลิ่นหืนในอาหาร ป้องกันเซลล์จากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด และยังช่วยต้านการอักเสบ” นอกจากนี้ยัง มีสารแคโรทีนและสารประกอบโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ลดการอักเสบและลดคอเลสเตอรอลในเลือด โดยจากงานวิจัยของภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า น้ำมันจากถั่วดาวอินคามีปริมาณสารประกอบโพลีนอลทั้งหมดสูงใกล้เคียงกับน้ำมันงา นอกจากนี้ยังมีสารไฟโตสเตอรอลซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีโครง สร้างคล้ายกับคอเลสเตอรอล จึงทำให้มีคุณสมบัติในการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหารและลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด อีกทั้งมีการศึกษาถึงความเป็นพิษในการบริโภคทั้งในสัตว์ทดลองและในคน พบว่ามีความปลอดภัยสำหรับการบริโภค ซึ่งในแถบลุ่มน้ำอเมซอนได้บริโภคและเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารมาเป็นเวลานาน สำหรับประเทศไทยและในต่างประเทศนิยมนำมาบีบสกัดน้ำมันเพื่อให้ได้น้ำมันบรรจุแคปซูลซอฟต์เจล รับประทานในลักษณะของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/article/379566